วันจันทร์ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2553

หลวงปู่ทวด (รุ่นเบตงตอกเลขใต้ฐาน)




หลวงปู่ทวด (หรือ สมเด็จเจ้าพะโคะ, หลวงพ่อทวดเหยียบน้ำทะเลจืด, สมเด็จเจ้าพระราชมุนีสามีรามคุณูปรมาจารย์) [1] เป็นที่รู้จักกันดีในประเทศไทยจากตำนานท้องถิ่นซึ่งยังไม่ปรากฏหลักฐานในทางประวัติศาสตร์ยืนยันความมีอยู่จริง ประวัติที่พิมพ์เผยแพร่กล่าวว่าท่านเป็นพระเกจิอาจารย์รูปสำคัญในสมัยกรุงศรีอยุธยา ผู้ที่ศรัทธาในหลวงปู่ทวดเชื่อกันว่าพระเครื่องที่สร้างเนื่องด้วยท่านจะมีอานุภาพสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองผู้มีพระเครื่องหลวงปู่ทวดในครอบครอง

ปัจจุบันหลวงปู่ทวดถือได้ว่าเป็นพระเกจิอาจารย์ในตำนานที่มีผู้ศรัทธาจำนวนมาก รูปสำคัญ 1 ใน 2 มหาเกจิอาจารย์ของเมืองไทย คู่กับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรํสี) (หลวงปู่โต) ที่มีตัวตนจริงในประวัติศาสตร์

พระหลวงปู่ทวดที่ได้รับความนิยมมากที่สุดก็คือพระหลวงปู่ทวดของวัดช้างให้ หรือที่พระอาจารย์ทิมได้ปลุกเสกให้ พระหลวงปู่ทวดที่เป็นรูปเหมือนเนื้อโลหะที่ได้รับความนิยมมากที่สุดก็คือ พระรูปเหมือนหลวงปู่ทวดรุ่นเลขใต้ฐาน หรือบางท่านเรียกว่ารุ่นเบตง พระรูปเหมือนรุ่นนี้ได้สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2505 โดยท่านสวัสดิ์ โชติพานิช ในสมัยที่ท่านดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาอยู่ที่ อ.เบตง จ.ยะลา กับนายชลอ เชาว์ดี นายด่านศุลกากรที่ อ.เบตง จ.ยะลา ร่วมกับคณะกรรมการของวัดพุทธาธิวาส อ.เบตง จ.ยะลา ได้ร่วมกันจัดสร้างพระหลวงปู่ทวดขึ้น เพื่อเป็นที่ระลึกในโอกาสที่มีการสร้างวิหาร เพื่อประดิษฐานรูปเหมือนองค์หลวงปู่ทวด เมื่อปี พ.ศ.2505 ณ วัดพุทธาธิวาส ซึ่งเป็นวัดพระพุทธศาสนาแห่งเดียวใน อ.เบตง

พระรูปเหมือนที่จัดสร้างขึ้นในครั้งนี้ ท่านสวัสดิ์ โชติพานิช ได้ไปขออนุญาตต่อท่านอาจารย์ทิม วัดช้างให้ ปัตตานี โดยมีช่างหรัส พัฒนางกูร ผู้ซึ่งเป็นช่างหล่อพระกริ่งหลายรุ่นของวัดสุทัศน์ รับทำรูปเหมือนหลวงปู่ทวดรุ่นนี้

พระรูปเหมือนหลวงปู่ทวดรุ่นเลขใต้ฐานประกอบพิธีเททองหลอมเนื้อโลหะ โดยมีพระราชสังวราภิมณฑ์ (หลวงปู่โต๊ะ) วัดประดู่ฉิมพลี เป็นประธานในการนั่งปรกคุมแผ่นธาตุ ซึ่งหมายถึงแผ่นพระยันต์ต่างๆ ที่นำมาหล่อหลอมรวมกัน ฤกษ์ยามการประกอบพิธีกรรมทุกขั้นตอนกำหนดโดยท่านอาจารย์เทพย์ สาริกบุตร เมื่อหล่อเป็นองค์พระหลวงปู่ทวดเรียบร้อยแล้ว ก็ได้นำมาพระมาตัดช่อแล้วเจาะรู เพื่อบรรจุผงว่าน จึงได้นิมนต์ท่านอาจารย์ทิม วัดช้างให้ มาเป็นผู้บรรจุผงเนื้อว่านหลวงปู่ทวดรุ่นแรกไปในองค์พระ จากนั้นจึงอุดฐานด้วยเนื้อโลหะชนิดเดียวกัน แล้วจึงได้นำพระทั้งหมดไปทำพิธีปลุกเสกที่วัดช้างให้อีกทีหนึ่ง

จำนวนพระที่สร้างทั้งหมดประมาณหนึ่งพันองค์ และได้นำมาตอกหมายเลขเรียงกันตั้งแต่เลข 1 จนถึงเลข 999 พระจำนวนที่เหลือหล่อเกินไว้เผื่อชำรุดนั้นจะไม่ตอกหมายเลข ซึ่งก็มีเพียงไม่กี่องค์เท่านั้น ผิวของพระจะออกเป็นนวโลหะกลับดำ กระแสเนื้อในออกสีแดงมันเทศ จุดสำคัญของพระรุ่นนี้ก็คือ ตัวเลขที่ตอกใต้ฐาน จะเป็นตัวตอกชุดเดียวกันทั้งหมด มีจำนวน 9 ตัว เนื่องจากหมายเลข 6 และหมายเลข 9 จะใช้ตัวตอกตัวเดียวกัน ดังนั้น ตัวตอกจึงเปรียบเสมือนโค้ด ใช้ในการสังเกตแยกแยะพระปลอมได้ครับ

วันนี้ก็ได้นำรูปมาให้ชมกันทั้งด้านหน้าและด้านหลังพร้อมทั้งใต้ฐานด้วยครับ สนนราคาปัจจุบันสูงมาก หลักหลายแสนบาทครับ นับว่าเป็นพระรูปเหมือนหลวงปู่ทวดที่มีราคาสูงที่สุดครับ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น